 |
เด็ก
แต่ละคนมีระยะเวลา ชั่วโมงการนอน หลับพักผ่อนแตกต่างกัน ตามนาฬิกาในสมอง
(Biological clock) ตามธรรมชาติของแต่ละคน ในแต่ละวัยจะกำหนด
เจ้าตัวเล็กแรกเกิดใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน
แต่พออายุเดือนมากขึ้นก็จะนอนน้อยลงเรื่อย ๆ
อาจทำให้คุณคิดว่าเจ้าตัวเล็กนอนยากขึ้นหรือนอนไม่ได้นานเหมือนก่อน
ซึ่งพฤติกรรมการนอนของเจ้าตัวเล็กที่เกิดขึ้น
ทำให้คุณรู้สึกไม่เข้าใจจนเกิดความหงุดหงิดใจขึ้นได้
แต่ถ้าเราได้รู้จักธรรมชาติของพฤติกรรมการนอนของเจ้าตัวเล็ก
ก็จะช่วยทำให้คุณเลี้ยงเขาอย่างเข้าใจมากขึ้น
เพราะฉะนั้นเราจะชวนคุณไปทำความเข้าใจ พฤติกรรมการนอนของเจ้าตัวเล็กกันค่ะ
ความสำคัญของการนอนของเจ้าตัวเล็กนั้น มีผลต่อการเติบโตต่อร่างกาย
เพราะการนอนหลับจะมีฮอร์โมนเรียกว่า โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)
ออกมากระตุ้นให้ร่างกายเติบโต ใยประสาทจะเชื่อมโยงกับเซลล์
จึงทำให้สมองเติบโตด้วย
ฉะนั้นเจ้าตัวเล็กที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก็จะเป็นเด็กที่อารมณ์ดี
เรียนรู้ได้มากแต่การนอนหลับของเจ้าตัวเล็กตามธรรมชาตินั้น
ไม่ได้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง อย่างที่เราเห็นนาฬิกาในสมอง
จะกำหนดให้เจ้าตัวเล็กได้พักผ่อนตลอดเวลาของการนอนจริง ๆ
ก็ต่อเมื่อได้หลับรวดเดียวประมาณเดือนที่ 6 ขึ้นไปแล้ว
พ.ญ. เชิดชู อริยศรีวัฒนา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
กล่าวว่าเด็กทารกมีการนอนหลับไม่สนิทโดยเฉพาะช่วงแรก ๆ ของชีวิต
ซึ่งจะมีการเคลื่อนไหวของนัยตาอย่างรวดเร็วว่า Rapid eye movement
สลับกับการหลับเงียบสนิทที่เรียกว่า Quiet sleep หรือ Non-rapid-eye-drop
movement จึงทำให้บางครั้งนอนดิ้น ส่งเสียงครวญครางแต่ยังตื่นไม่เต็มที่
คุณไม่ควรเข้าไปอุ้มหรือให้กินนม
เพราะจะเป็นการไปปลุกให้เด็กซึ่งกำลังหลับในช่วงหลับไม่สนิทให้ตื่นขึ้น
แทนที่จะหลับต่อไปได้อีก
ข้อมูลจากหน่วยกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า
พฤติกรรมการนอนของเจ้าตัวเล็กแต่ละวัยมีความแตกต่างกัน
โดยสามารถแจกแจงให้เห็นชัดเจนดังต่อไปนี้
- 0 - 3 เดือน
การหลับและตื่นของทารกแรกเกิดมักจะเฉลี่ยเท่า ๆ
กันทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน เจ้าตัวเล็กจะนอนหลับวันละประมาณ 20 ชม.
ต่อวัน แต่ในช่วงแรกมักจะนอนกลางวันมากกว่ากลางคืน มีเวลาตื่นที่ไม่แน่นอน
การนอนอาจเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์และ
จะปรับตัวมานอนตอนกลางคืนมากกว่าได้เองในไม่ช้า
- 3 - 6 เดือน เจ้าตัวเล็กจะหลับกลางวันน้อยลง
นอนกลางคืนมากขึ้น โดยจะหลับรวดเดียวไปจนถึงเช้า
ไม่ตื่นมากินนมตอนกลางคืนเหมือนก่อน คุณก็ไม่จำเป็นต้องปลุก
ให้เจ้าตัวเล็กตื่นขึ้นมาดูดนมหรือกลัวว่าจะหิว
เพราะเขาได้กินนมไว้เต็มที่แล้วค่ะ ความต้องการนอนในช่วงนี้จะลดลงเป็น
15-16 ชม.
- 6 - 12 เดือน
ส่วนใหญ่จะสามารถนอนหลับได้นานรวดเดียวในเวลากลางคืน
โดยจะไม่ตื่นมาดูดนมกลางคืนอีก ส่วนกลางวันก็จะหลับเป็นช่วงสั้น ๆ วันละ 2
ครั้ง รวมเวลาหรือความต้องการนอน 13-14 ชม.
เมื่อเด็กโตขึ้นระยะเวลาของการหลับสนิทก็จะเพิ่มขึ้นจาก 50% ไปจนถึง
70-80% ของระยะเวลาการนอนหลับทั้งหมด
ทำให้รอบของการหลับมีความคล้ายคลึงกับผู้ใหญ่คือ
หลับได้นานขึ้นแต่ระยะเวลาของการหลับสนิทก็ยังสั้นกว่าผู้ใหญ่อยู่ดี
ซึ่งถ้ามีอะไรมาทำให้เด็กตื่นระหว่างการนอน
ก็จะทำให้เด็กกลับไปหลับต่อเนื่องจากเดิมได้ยาก ทำให้เกิดปัญหา เช่น
พอเจ้าตัวเล็กตื่นกลางดึกแล้วจะไม่ยอมนอนต่อ
จะลุกขึ้นมาเล่นบางรายเมื่อถึงเวลานอนแล้วจะไม่ยอมนอน เป็นต้น
การหาสาเหตุหรือที่มา ของปัญหาเหล่านี้
จะช่วยให้คุณเข้าใจเจ้าตัวเล็กและ หาวิธีแก้ไขได้อย่างถูกต้อง
เพราะการที่เจ้าตัวเล็กนอนยากหรือ นอนไม่ได้นานส่วนใหญ่ เกิดขึ้นจากสภาพกาย
และสภาพจิตของเจ้าตัวเล็ก ดังนี้
- นอนกลางวันมากเกินไป เจ้าตัวเล็กที่นอนกลางวันมาก ๆ กลางคืนก็จะตาสว่าง เพราะไม่ง่วงจึงไม่ยอมนอน
- ไม่สบาย บางทีเป็นสัญญาณเตือนว่าเจ้าตัวเล็กอาจเริ่มเป็นไข้หวัด
ตัวร้อน หรืออาจเกิดจากความไม่สบายตัว เช่น
อากาศร้อนหรือหนาวเกินไปหรือแน่นท้อง เป็นต้น
- ไม่ได้ออกกำลัง ครอบครัวที่ทะนุถนอมเจ้าตัวเล็กมากจนเกินไป
ไม่ค่อยปล่อยให้เด็กได้เล่น
โดยเกรงว่าจะได้รับอันตรายทำให้เจ้าตัวเล็กไม่ค่อยได้ใช้พลังงาน
จึงหลับยากกว่าเจ้าตัวเล็กที่ได้เล่นสนุกจนเหนื่อย
จึงหลับได้ง่ายและทำให้หลับได้สนิทกว่า
- ชดเชยเวลา คุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้าน
ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเจ้าตัวเล็ก
จึงพยายามชดเชยให้กับเขาในเวลาที่กลับมาบ้านตอนค่ำ
ทำให้เลยเวลานอนจนเจ้าตัวเล็กตาแข็งนอนไม่หลับ
- มีสิ่งรบกวน เช่น ผู้ใหญ่ในบ้านดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุในห้องนอน แสงและเสียง จะทำให้เจ้าตัวเล็กนอนไม่หลับได้
- กังวลหรือหวาดกลัว เจ้าตัวเล็กที่ถูกขู่ว่าจะถูกทิ้ง เช่น
มีน้องใหม่ ขู่ว่าตุ๊กแกจะมากินตับหรือถ้าไม่ยอมนอนจะให้ผีมาหลอก ฯลฯ
การดูทีวีที่โลดโผนก่อนนอนอาจทำให้เขาฝันร้ายและสะดุ้งตื่นบ่อย ๆ
- แปลกที่ การย้ายที่นอน
เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่นอนไม่หลับเวลานอนแปลกที่
พ่อแม่พาไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้ว
พักที่โรงแรมเจ้าตัวเล็กบางคนไม่ยอมนอนร้องกลับบ้าน
จนพ่อแม่บางคนต้องยอมขับรถพาลูกกลับบ้านก็มี
แต่ที่ถูกต้องควรปลอบโยนให้กำลังใจ ให้เขาปรับตัวได้ในที่สุด
ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไขกันไม่ได้ถ้าคุณมีความรักและ
ความเข้าใจเป็นสายใยในครอบครัว การรู้จักธรรมชาติของภาวะการปรับตัวของทารก
โดยเฉพาะพฤติกรรมของเจ้าตัวเล็กแต่ละขวบวัย การรู้ที่มาของการนอนน้อยลง
การนอนไม่หลับ หลับยากขึ้น จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาอย่างถูกวิธีอย่างมีสติและ
เชื่อว่าสามารถลดความเครียดทั้งของเจ้าตัวเล็กและของคุณได้ค่ะ
ที่มา นิตยสาร BABY’S DIGEST ฉบับประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545
http://www.mom2kids.com |
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น