 |
ยุคนี้เลี้ยงลูกให้เก่ง...ให้ดี อย่างเดียว อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย!!!
เพราะยังมีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่อยากสร้างลูกให้เป็นเด็กอัจฉริยะ นิตยสาร
Mother & Care จึงจัดกิจกรรม Mother & Care Festival 2007 :
ครั้งที่ 3 ในคอนเซปต์ “เล่น+เรียนรู้ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ”
แนะผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญของการเล่น
ซึ่งถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นกุญแจสู่การสร้างอัจฉริยะให้ลูกน้อย
ระหว่างวันที่ 26-28 ต.ค. ณ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี
แต่ก่อนจะถึงวันงานผู้จัดก็ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เรื่อง “การเล่น
สร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะได้อย่างไร”
เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ปกครองให้หันมาให้เวลา
และเอาใส่ใจกับการเลี้ยงลูกกันให้มากขึ้น
หนึ่งในผู้สันทัดเรื่องการสร้างอัจฉริยะในเด็ก ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์
ผอ.ศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บอกว่า
จริงๆแล้วการเล่นคือชีวิต และเป็นตัวตนแท้จริงของเด็ก
ทั้งสามารถบ่งบอกถึงอุปนิสัยใจคอของเด็กได้เช่นกัน
แต่ยังช่วยสร้างความเป็นอัจฉริยะให้เด็กได้อีกด้วย
เพียงแต่ต้องเล่นแบบได้รับการกระตุ้นที่ดีและถูกต้องจากผู้ใหญ่ด้วย
ซึ่งปัญหาของยุคนี้คือพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูก
เลี้ยงลูกแบบปล่อยให้เล่นอยู่กับของเล่นสำเร็จรูปที่บริษัทต่างๆผลิตขึ้นมา
ไม่ใช่ของเล่นที่เป็นธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเด็ก
ทำให้เด็กถักทอความคิดสานฝันน้อยลง
ยิ่งการที่เด็กอยู่กับเกมคอมพิวเตอร์มากๆ ยิ่งเป็นอันตรายต่อเด็ก
เพราะเกมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นเกมต่อสู้เอาชนะกัน
ทำให้เด็กซึมซับสิ่งที่เล่นอยู่สู่จิตใต้สำนึก
และก่อให้เกิดการทำร้ายตบตีกันดังที่เห็นในปัจจุบัน
ผศ.ดร.อุษณีย์กล่าวด้วยว่า
การที่เด็กมีความรู้อย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอัจฉริยะ
เด็กอัจฉริยะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย
ด้าน ดร.วรนาท รักสกุลไทย ผอ.ร.ร.อนุบาลเกษมพิทยา
ซึ่งให้ความสำคัญกับการสอนให้เด็กปฐมวัยได้เล่นอย่างเหมาะสมกับวัย
บอกว่าเด็กทุกคนต้องมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเล่น
เพราะการเล่นคือทักษะชีวิตที่สำคัญของเด็ก
และยุคนี้ทุกคนควรหันมาให้ความสำคัญกับการปลูกฝังทักษะการเล่นอย่างประนี
ประนอมในเด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นคนดีรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ในทางตรงข้ามหากเด็กไม่ได้เล่นของเล่นกลับจะทำให้เกิดภาวะความเครียด
เนื่องจากไม่ได้ใช้พลังงานและประสบการณ์ในชีวิต
ซึ่งการเล่นของเด็กนั้นจะต่างกันไปตามวัย
หากได้รับการส่งเสริมแนะนำอย่างถูกก็จะทำให้เด็กเป็นคนดีและเป็นอัจฉริยะได้
อย่างไม่น่าเชื่อ.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.mom2kids.com/knowledge.php?id=46 |
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น