วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ขั้นตอน สอนลูกดูแลฟันให้ถูกวิธี

ขั้นตอน สอนลูกดูแลฟันให้ถูกวิธี


ถึงเจ้าตัวแสบ วัยโจ๋โตพอแปรงฟันได้เองแล้ว ก็ต้องอย่าลืมสอนลูกดูแลสุขภาพฟันอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ
เลือกอุปกรณ์ก่อนดีกว่า
   * ขนาดแปรงสีฟัน ควรเป็นแปรงขนาด พอเหมาะกับช่องปากของลูก ขนแปรงหน้าตัดตรง จํานวนแถวไม่มากนัก มีด้ามจับที่กระชับมือเด็ก
   * ขนแปรงที่อ่อนนุ่ม จะช่วยให้ขนแปรงเข้าถึงตามซอกฟัน แหล่งสะสมของเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ และไม่ทําให้ฟันสึกกร่อน ต้นเหตุของอาการเสียวฟัน และช่วยนวดเหงือกให้แข็งแรง

ใช้เครื่องมือช่วยทําความสะอาด
     * ไหมขัดฟัน เพื่อช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน โดยเฉพาะฟันหนูน้อยคนไหนเรียงตัวชิดกันมาก ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะเศษอาหารที่ติดค้างตามซอกฟันนี่เอง  ที่เป็นตัวทําให้เกิดฟันผุ ได้มากที่สุด
     * ที่แปรงลิ้น หลังแปรงฟัน จะใช้แปรงสีฟันที่ล้างฟองออกมาหมดแล้ว หรือใช้ที่ขูดลิ้นเลย มาขูดคราบขาวๆ บริเวณลิ้นออกไป ช่วยทําให้ช่องปากสะอาดยิ่งขึ้น
แปรงฟันแบบถูกวิธี    
     วางขนแปรงเอียง 45 องศากับผิวฟันบริเวณขอบเหงือกและขยับไปมาสั้นๆ  พร้อมหมุนข้อมือปัดขึ้นเมื่อแปรงฟันล่าง และปัดลงเมื่อแปรงฟันบน แปรงเบาๆ แต่แปรงซ้ำ แปรงให้ทั่วทุกซี่ ทั้งด้านหน้า และด้านในฟัน
     * ฟันด้านใกล้แก้ม วางปลายขนแปรงบริเวณ  ขอบเหงือก ทํามุม 45 องศากับฟันฟันบนปัดลงล่าง และฟันล่างปัดขึ้นบนค่ะ พยายามแปรงฟันให้ทั่วทุกซี่ที่มีอยู่ในปาก
     * ด้านใกล้ลิ้น แปรงในลักษณะเช่นเดียว  กับการแปรงฟันด้านใกล้แก้ม
     * ด้านที่ใช้บดเคี้ยว ให้ขนแปรงตั้งฉาก   กับด้านบดเคี้ยวกดเพียงเบาๆ แปรงเข้า-ออก ทั้งฟันบนและฟันล่าง
     * ฟันหน้าด้านใน ทั้งบนและล่าง วาง ตําแหน่งของแปรงไปทางยาว ให้ขนแปรงทางด้านหัวแปรงอยู่ตรงบริเวณขอบเหงือกและขยับขึ้นและลงหลายๆ ครั้ง
     ที่สําคัญ หลังจากแปรงฟันแล้วควรแปรงลิ้น เพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์และระงับกลิ่นปากค่ะ แต่ช่วงแรกๆ ควรฝึกให้ลูกคุ้นเคยทีละน้อย โดยแปรงเฉพาะปลายลิ้นก่อน เมื่อคุ้นแล้วจึงขยับแปรงเข้าไปกลางลิ้นมากขึ้น
เวลาที่ใช้ในการแปรงฟัน
     ควรให้ลูกใช้เวลาในการแปรงฟันประมาณ 2 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ฟันแต่ละซี่สะอาดอย่างทั่วถึง รวมทั้งฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่ช่วยป้องกันฟันผุจะได้ผลดีนั้น ยาสีฟันควรสัมผัสฟันนาน 2-3 นาทีขึ้นไป เห็นหรือยังคะ ว่าเวลามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องความสะอาดของฟัน และการประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุ
ที่มา : Mother&Care Vol.3 No.30 June 2007

  ที่มา http://www.mom2kids.com/knowledge.php?id=19

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น